square
square
square
square
square

วัดจันทารามวรวิหาร(วัดกลาง ตลาดพลู)

Schedule
7.00
-
16.00
น.
เปิดทุกวัน

พระวิหาร เป็นสถาปัตยกรรมแบบพระราชนิยม รัชกาลที่ 3 ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา ในพระอุโบสถวัดจันทารามวรวิหารมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรทรงเทริดแบบครึ่งซีกทำด้วยไม้สัก ประดิษฐานภายในอุโบสถ ที่ผนังด้านตรงข้ามกับพระประธาน ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นศิลปะแบบจีน เขียนเป็นภาพเครื่องสูงของจีน เขียนด้วยฝีมืออย่างประณีต และภายนอกบริเวณหน้าบันยังมีลวดลายเป็นสิ่งศิริมงคลของจีน

อ่านต่อ

วัดจันทารามวรวิหาร หรือวัดกลาง ประวัติวัดจันทารามวรวิหาร วัดจันทารามเป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร เรียกชื่อเต็มตามที่พระราชทานไว้ว่า “วัดจันทารามวรวิหาร” ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ ฝั่งใต้ ริมปากคลองบางยี่เรือ ในท้องที่ของเขตธนบุรี กรุงเทพมหานครตั้งอยู่ระหว่างวัดอินทารามวรวิหารกับวัดราชคฤห์วรวิหาร วัดจันทารามเดิมชื่อว่า “วัดบางยี่เรือกลาง” หรือ “วัดกลาง” เพราะอยู่กลางระหว่างวัดบางยี่เรือใน (วัดราชคฤห์ปัจจุบัน) กับวัดบางยี่เรือนอก (วัดอินทารามปัจจุบัน) ตามตำนานพระอารามหลวงโดยสังเขป พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์กล่าวความตรงกันว่า พระยาสุรเสนา (ขุนเณร) เป็นผู้สร้างวัด ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิสังขรณ์แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดจันทาราม” แต่จะสร้างเมื่อไรไม่มีหลักฐานที่จะค้นคว้าอ้างอิงได้ หนังสือประวัติวัดจันทารามของพระวิสุทธิวราภรณ์อดีตเจ้าอาวาสวัดจันทารามกล่าวถึงข้อสันนิษฐานกล่าวไว้ตอนหนึ่งความว่า “วัดจันทารามคงสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาหรืออาจเป็นปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาก็ได้ โดยอาศัยประวัติวัดใกล้เคียงเป็นข้อสันนิษฐาน เนื่องจากเป็นเขตติดต่อกัน ๓ วัด คือ วัดราชคฤห์เดิมชื่อ “วัดบางยี่เรือเหนือ” พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปฏิสังขรณ์และเจ้าพระยาพระคลัง (หน) สร้างใหม่ทั้งหมดในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดราชคฤห์” และวัดอินทารามเดิมชื่อว่า“วัดบางยี่เรือใต้” พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปฏิสังขรณ์ ต่อมารัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอินทาราม” โดยเหตุที่ว่าชื่อเดิมขึ้นต้นด้วยวัดบางยี่เรือทั้ง ๓ วัด เติมคำว่า “เหนือ” “กลาง” “ใต้” ทำให้เป็นข้อสังเกตได้ว่า คงสร้างในสมัยใกล้เคียงกัน คือสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาเพราะสมัยกรุงศรีอยุธยากับกรุงธนบุรีเป็นช่วงระยะเวลาติดต่อกัน ตามประวัติที่อ้างอิงนี้ได้เหตุผลว่าพระเจ้ากรุงธนบุรีไม่ใช่เป็นผู้ทรงสร้าง แต่เป็นเพียงผู้ปฏิสังขรณ์ให้ดีขึ้นเพื่อให้เป็นพระอารามเชิดชูพระเกียรติยศของพระองค์และเป็นวัดที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระองค์ โดยอาศัยเหตุผลวัดใกล้เคียงดังกล่าวแล้วจึงเชื่อว่าวัดจันทารามได้สร้างมาก่อนสมัยกรุงธนบุรีจึงนับว่าเป็นวัดเก่าแก่มาแต่โบราณและเป็นวัดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ด้วยปัจจุบันนี้หลักฐานสำคัญทางโบราณสถานวัตถุมีพระอุโบสถพระวิหารซึ่งมีอายุกว่า ๑๐๐ ปีและมีพระปางห้ามสมุทรทรงเทริดประทับยืนติดผนังด้านในพระอุโบสถ ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นพระพุทธรูปโบราณองค์หนึ่ง องค์พระทำด้วยไม้บุหรือหุ้มด้วยโลหะดุนลาย ข้อสันนิษฐานอีกทางหนึ่งที่ว่าวัดจันทารามสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาก็คือ หนังสือเรื่องพุทธศิลป์ในประเทศไทย พระนิพนธ์ของศาสตราจารย์ หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุล กล่าวไว้ความตอนหนึ่งว่า “บรรดาโบสถ์และวิหารสมัยกรุงศรีอยุธยา มีสิ่งที่ควรสังเกตได้คือ มักทำฐานและหลังคาเป็นเส้นอ่อนโค้ง และมักใช้เสากลมก่อควบอิฐ มีบัวหัวเสาเป็นรูปบัวตูม ไม่เหมือนกับบัวจงกล โดยเฉพาะเชิงชายผุพังลงมาเป็นแถบ ๆ หลังคาก็ทรุดโทรมลงมา ซึ่งได้บ่งถึงว่ายังไม่เคยซ่อมมาเลยตั้งแต่สมัยที่ได้ก่อสร้างมา ส่วนพระอุโบสถนั้นได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีการซ่อมแซมมาแล้วอย่างน้อยครั้งหนึ่ง สังเกตได้จากตัวของภายในพระอุโบสถซึ่งเดิมเป็นไม้ แต่เมื่อตรวจดูก่อนซ่อมแซมครั้งนี้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก และภาพจิตรกรรมฝาผนังมีรอยซ่อมแซมอยู่บ้างจึงได้เหตุผลว่าพระอุโบสถได้ซ่อมแซมมาแล้วอย่างน้อย ๑ ครั้ง แต่ก็ยังทรุดโทรมมาก เพราะเข้าใจว่าคงซ่อมแซมมานานปี ถ้าขืนปล่อยไว้ก็มี แต่จะทรุดโทรมหนักขึ้น จึงได้แจ้งเรื่องการบูรณะซ่อมแซมไปยังกรมศิลปากรและ เจ้าพระคุณสมเด็จพระวันรัต วัดสังเวชวิศยาราม ซึ่งเป็นเจ้าคณะนครหลวง อยู่ในขณะนั้นก็ได้รับอนุญาตให้ซ่อมแซมได้ ในพระอุโบสถมีวัตถุโบราณที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนไว้คือพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรทรงเริดซึ่งประเทับยืนอยู่ภายใน เมื่อทางกรมศิลปากรไม่ขัดข้องในการจะบูรณะซ่อมแซม ได้สั่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสภาพของพระอุโบสถและได้แจ้งให้ทราบ ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นศิลปะแบบจีนเครื่องสูงของจีนที่เขียนด้วยฝีมือประณีตจึงได้อนุรักษ์ไว้ทั้งภาพจิตรกรรมฝาผนังและลายเพดาน แต่ทางวัดขออนุญาตเพิ่มเติมจากส่วนที่ชำรุดหายไปโดยจะไม่เขียนภาพทับของเก่า จะหาช่างจากกรมศิลปากรที่เชื่อถือและรับรองให้เขียนภาพได้ จึงได้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเพิ่มเติมดังที่ได้ปรากฏอยู่ในขณะนี้ เจ้าอาวาสวัดจันทารามวรวิหาร พระธรรมสิทธินายก (เฉลิม พนฺธุรํสี) เปรียญธรรม ๕ ประโยค ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจันทารามวรวิหาร ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2527 จนถึงปัจจุบัน พระธรรมสิทธินายก ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมสิทธินายก ดิลกศีลาจาร บริหารสังฆกิจ พิศิษฏ์ศาสนวราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ และเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ ปัจจุบันดำรงแหน่งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร สถาปัตยกรรมในวัดจันทารามวรวิหาร ได้แก่ 1.พระอุโบสถ พระอุโบสถเดิมเป็นโครงสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน ต่อมาได้ทำการบูรณะในปี พ.ศ. 2517 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2520 โดยเปลี่ยนเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมแบบพระราชนิยม รัชกาลที่ 3 ทรงโรง มีพาไลรอบ ภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย หล่อด้วยทองเหลือง ในพระอุโบสถวัดจันทารามวรวิหารมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรทรงเทริดแบบครึ่งซีกทำด้วยไม้สัก ประดิษฐานภายในอุโบสถ ที่ผนังด้านตรงข้ามกับพระประธาน ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นศิลปะแบบจีน เขียนเป็นภาพเครื่องสูงของจีน เขียนด้วยฝีมืออย่างประณีต และภายนอกบริเวณหน้าบันยังมีลวดลายเป็นสิ่งศิริมงคลของจีนเช่น ค้างคาว นก เป็นต้น 2. พระวิหาร พระวิหาร เป็นสถาปัตยกรรมแบบพระราชนิยม รัชกาลที่ 3 ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา โครงสร้างเดิมด้วยการก่ออิฐถือปูนแบบพระอุโบสถและได้รับการบูรณะแบบพระอุโบสถ 3. หอระฆัง หอระฆังสร้างเมื่อ พ.ศ.2517 โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ชั้นล่างทำเป็นที่อยู่ของพระภิกษุและสามเณร 4. ศาลาบำเพ็ญกุศล ศาลาบำเพ็ญกุศล สร้างเป็นแถวเดียวกันกั้นระหว่างเขตพุทธาวาส และ สังฆาวาสจำนวน 5 หลัง เป็นศาลาชั้นเดียว คอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้องรางเคลือบ สร้างในสมัยพระวิสุทธิวราภรณ์จ้าอาวาสรูปปัจจุบัน

จุดเด่นสถานที่นี้

1

วัดจันทารามวรวิหาร หรือวัดกลาง ประวัติวัดจันทารามวรวิหาร วัดจันทารามเป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร เรียกชื่อเต็มตามที่พระราชทานไว้ว่า “วัดจันทารามวรวิหาร” ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ ฝั่งใต้ ริมปากคลองบางยี่เรือ ในท้องที่ของเขตธนบุรี กรุงเทพมหานครตั้งอยู่ระหว่างวัดอินทารามวรวิหารกับวัดราชคฤห์วรวิหาร วัดจันทารามเดิมชื่อว่า “วัดบางยี่เรือกลาง” หรือ “วัดกลาง” เพราะอยู่กลางระหว่างวัดบางยี่เรือใน (วัดราชคฤห์ปัจจุบัน) กับวัดบางยี่เรือนอก (วัดอินทารามปัจจุบัน) ตามตำนานพระอารามหลวงโดยสังเขป พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์กล่าวความตรงกันว่า พระยาสุรเสนา (ขุนเณร) เป็นผู้สร้างวัด ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิสังขรณ์แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดจันทาราม” แต่จะสร้างเมื่อไรไม่มีหลักฐานที่จะค้นคว้าอ้างอิงได้ หนังสือประวัติวัดจันทารามของพระวิสุทธิวราภรณ์อดีตเจ้าอาวาสวัดจันทารามกล่าวถึงข้อสันนิษฐานกล่าวไว้ตอนหนึ่งความว่า “วัดจันทารามคงสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาหรืออาจเป็นปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาก็ได้ โดยอาศัยประวัติวัดใกล้เคียงเป็นข้อสันนิษฐาน เนื่องจากเป็นเขตติดต่อกัน ๓ วัด คือ วัดราชคฤห์เดิมชื่อ “วัดบางยี่เรือเหนือ” พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปฏิสังขรณ์และเจ้าพระยาพระคลัง (หน) สร้างใหม่ทั้งหมดในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดราชคฤห์” และวัดอินทารามเดิมชื่อว่า“วัดบางยี่เรือใต้” พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปฏิสังขรณ์ ต่อมารัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอินทาราม” โดยเหตุที่ว่าชื่อเดิมขึ้นต้นด้วยวัดบางยี่เรือทั้ง ๓ วัด เติมคำว่า “เหนือ” “กลาง” “ใต้” ทำให้เป็นข้อสังเกตได้ว่า คงสร้างในสมัยใกล้เคียงกัน คือสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาเพราะสมัยกรุงศรีอยุธยากับกรุงธนบุรีเป็นช่วงระยะเวลาติดต่อกัน ตามประวัติที่อ้างอิงนี้ได้เหตุผลว่าพระเจ้ากรุงธนบุรีไม่ใช่เป็นผู้ทรงสร้าง แต่เป็นเพียงผู้ปฏิสังขรณ์ให้ดีขึ้นเพื่อให้เป็นพระอารามเชิดชูพระเกียรติยศของพระองค์และเป็นวัดที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระองค์ โดยอาศัยเหตุผลวัดใกล้เคียงดังกล่าวแล้วจึงเชื่อว่าวัดจันทารามได้สร้างมาก่อนสมัยกรุงธนบุรีจึงนับว่าเป็นวัดเก่าแก่มาแต่โบราณและเป็นวัดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ด้วยปัจจุบันนี้หลักฐานสำคัญทางโบราณสถานวัตถุมีพระอุโบสถพระวิหารซึ่งมีอายุกว่า ๑๐๐ ปีและมีพระปางห้ามสมุทรทรงเทริดประทับยืนติดผนังด้านในพระอุโบสถ ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นพระพุทธรูปโบราณองค์หนึ่ง องค์พระทำด้วยไม้บุหรือหุ้มด้วยโลหะดุนลาย ข้อสันนิษฐานอีกทางหนึ่งที่ว่าวัดจันทารามสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาก็คือ หนังสือเรื่องพุทธศิลป์ในประเทศไทย พระนิพนธ์ของศาสตราจารย์ หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุล กล่าวไว้ความตอนหนึ่งว่า “บรรดาโบสถ์และวิหารสมัยกรุงศรีอยุธยา มีสิ่งที่ควรสังเกตได้คือ มักทำฐานและหลังคาเป็นเส้นอ่อนโค้ง และมักใช้เสากลมก่อควบอิฐ มีบัวหัวเสาเป็นรูปบัวตูม ไม่เหมือนกับบัวจงกล โดยเฉพาะเชิงชายผุพังลงมาเป็นแถบ ๆ หลังคาก็ทรุดโทรมลงมา ซึ่งได้บ่งถึงว่ายังไม่เคยซ่อมมาเลยตั้งแต่สมัยที่ได้ก่อสร้างมา ส่วนพระอุโบสถนั้นได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีการซ่อมแซมมาแล้วอย่างน้อยครั้งหนึ่ง สังเกตได้จากตัวของภายในพระอุโบสถซึ่งเดิมเป็นไม้ แต่เมื่อตรวจดูก่อนซ่อมแซมครั้งนี้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก และภาพจิตรกรรมฝาผนังมีรอยซ่อมแซมอยู่บ้างจึงได้เหตุผลว่าพระอุโบสถได้ซ่อมแซมมาแล้วอย่างน้อย ๑ ครั้ง แต่ก็ยังทรุดโทรมมาก เพราะเข้าใจว่าคงซ่อมแซมมานานปี ถ้าขืนปล่อยไว้ก็มี แต่จะทรุดโทรมหนักขึ้น จึงได้แจ้งเรื่องการบูรณะซ่อมแซมไปยังกรมศิลปากรและ เจ้าพระคุณสมเด็จพระวันรัต วัดสังเวชวิศยาราม ซึ่งเป็นเจ้าคณะนครหลวง อยู่ในขณะนั้นก็ได้รับอนุญาตให้ซ่อมแซมได้ ในพระอุโบสถมีวัตถุโบราณที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนไว้คือพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรทรงเริดซึ่งประเทับยืนอยู่ภายใน เมื่อทางกรมศิลปากรไม่ขัดข้องในการจะบูรณะซ่อมแซม ได้สั่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสภาพของพระอุโบสถและได้แจ้งให้ทราบ ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นศิลปะแบบจีนเครื่องสูงของจีนที่เขียนด้วยฝีมือประณีตจึงได้อนุรักษ์ไว้ทั้งภาพจิตรกรรมฝาผนังและลายเพดาน แต่ทางวัดขออนุญาตเพิ่มเติมจากส่วนที่ชำรุดหายไปโดยจะไม่เขียนภาพทับของเก่า จะหาช่างจากกรมศิลปากรที่เชื่อถือและรับรองให้เขียนภาพได้ จึงได้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเพิ่มเติมดังที่ได้ปรากฏอยู่ในขณะนี้ เจ้าอาวาสวัดจันทารามวรวิหาร พระธรรมสิทธินายก (เฉลิม พนฺธุรํสี) เปรียญธรรม ๕ ประโยค ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจันทารามวรวิหาร ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2527 จนถึงปัจจุบัน พระธรรมสิทธินายก ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมสิทธินายก ดิลกศีลาจาร บริหารสังฆกิจ พิศิษฏ์ศาสนวราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ และเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ ปัจจุบันดำรงแหน่งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร สถาปัตยกรรมในวัดจันทารามวรวิหาร ได้แก่ 1.พระอุโบสถ พระอุโบสถเดิมเป็นโครงสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน ต่อมาได้ทำการบูรณะในปี พ.ศ. 2517 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2520 โดยเปลี่ยนเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมแบบพระราชนิยม รัชกาลที่ 3 ทรงโรง มีพาไลรอบ ภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย หล่อด้วยทองเหลือง ในพระอุโบสถวัดจันทารามวรวิหารมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรทรงเทริดแบบครึ่งซีกทำด้วยไม้สัก ประดิษฐานภายในอุโบสถ ที่ผนังด้านตรงข้ามกับพระประธาน ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นศิลปะแบบจีน เขียนเป็นภาพเครื่องสูงของจีน เขียนด้วยฝีมืออย่างประณีต และภายนอกบริเวณหน้าบันยังมีลวดลายเป็นสิ่งศิริมงคลของจีนเช่น ค้างคาว นก เป็นต้น 2. พระวิหาร พระวิหาร เป็นสถาปัตยกรรมแบบพระราชนิยม รัชกาลที่ 3 ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา โครงสร้างเดิมด้วยการก่ออิฐถือปูนแบบพระอุโบสถและได้รับการบูรณะแบบพระอุโบสถ 3. หอระฆัง หอระฆังสร้างเมื่อ พ.ศ.2517 โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ชั้นล่างทำเป็นที่อยู่ของพระภิกษุและสามเณร 4. ศาลาบำเพ็ญกุศล ศาลาบำเพ็ญกุศล สร้างเป็นแถวเดียวกันกั้นระหว่างเขตพุทธาวาส และ สังฆาวาสจำนวน 5 หลัง เป็นศาลาชั้นเดียว คอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้องรางเคลือบ สร้างในสมัยพระวิสุทธิวราภรณ์จ้าอาวาสรูปปัจจุบัน

2

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique. Duis cursus, mi quis viverra ornare, eros dolor interdum nulla, ut commodo diam libero vitae erat. Aenean faucibus nibh et justo cursus id rutrum lorem imperdiet. Nunc ut sem vitae risus tristique posuere.

No items found.